5 เคล็ดลับตั้งชื่อเครื่องหมายการค้าใหม่ให้ปัง! รับทรัพย์ปี 2564 (ตั้งชื่อแบรนด์)

5 เคล็ดลับตั้งชื่อเครื่องหมายการค้าใหม่ให้ปัง! รับทรัพย์ปี 2564 (ตั้งชื่อแบรนด์)

5 เคล็ดลับตั้งชื่อเครื่องหมายการค้าใหม่ให้ปัง! รับทรัพย์ปี 2564 (ตั้งชื่อแบรนด์)

1.ชื่อไม่สื่อถึงลักษณะและคุณสมบัติของสินค้า เช่น SKINKARE สื่อถึงการดูแลผิวพรรณถือว่าไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ตามกฎหมายจะจดทะเบียนไม่ผ่าน เนื่องจากเป็นการผูกขาดการใช้คำว่า SKINCARE (SKINKARE คือคำพ้องเสียง SKINCARE)

2.ชื่อที่ไม่สื่อถึงลักษณะและคุณสมบัติของสินค้า แต่พอจะสัมผัสถึงความเข้าใจได้และให้ความรู้สึกไปถึงได้
เช่น SKINOXY ใช้กับเครื่องสำอาง
เช่น JUSTOX ใช้กับอาหารเสริม พวกเครื่องดื่ม
เป็นลักษณะของการผสมคำ SKIN+OXY, JUS+TOX

3.ชื่อควรจะดูแพง เพื่อสร้างมูลค่าของสินค้า และ ความน่าสนใจ เช่น อาจจะเอาคำที่เป็นความรู้สึกของสถานที่หรือสินค้าประเภทหนึ่งมาผสมกัน
เช่น คำว่า MAGAERA มาจาก MAGA (ใหญ่) + ERA (สมัย)
เช่น คำว่า FASTKET มาจาก FAST (เร็ว) + KET (Market สื่อถึงตลาด)
เช่น คำว่า FITDEMY มาจาก FIT(แน่น แข็งแรง) + DEMY (academy สื่อถึงโรงเรียน, สำนัก)

4.ชื่อไม่ควรไปเลียนแบบชื่อของบุคคลอื่นหรือไปให้ความรู้สึกเดียวกัน เพราะจะถูกมองในแง่ลบ
เช่น RUDEDOG ใช้กับเสื้อผ้า แต่มาจดทะเบียน RUDECAT ใช้กับเสื้อผ้า อาจจะดูน่าสนใจในครั้งแรกแต่ในระยะยาวจะถูกมองว่าเป็นการเลียนแบบ (ไม่เสมอไปขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง)

5.การใช้สีในเครื่องหมาย ให้เหมาะกับตนเอง และ สินค้า เช่น ขนมไม่ควรใช้กล่องสีดำ เป็นต้น

หวังว่าจะมีประโยชน์และร่ำรวยทุกท่าน ทั้งนี้ปัจจัยการจำหน่ายสินค้า และ ความร่ำรวยไม่มีรูปแบบที่ตายตัวและแน่นอน บางครั้งเราคิดว่าสินค้าจะขายได้ แต่กลับขายไม่ได้ บางครั้งเราคิดว่าชื่อนี้ดีแต่กลับไม่ดี บางครั้งเราคิดว่าชื่อนี้ไม่ดีแต่กลับดี

ดังนั้น การประสบความสำเร็จได้ไม่มีทางลัด ทุกคนต้องมีประสบการณ์และผิดพลาดมาก่อน ชื่อดูมีค่าเมื่อดังแล้ว ถ้าย้อนกลับไปครั้งแรก coke บางคนอาจจะไม่ชอบ พอ coke ดังแล้วทุกคนก็ชอบหมดเพราะเราให้ความเคารพสินค้าที่ประสบความสำเร็จแล้ว