คู่มือปฏิบัติสำหรับจดอย.ผู้นำเข้าเครื่องสำอาง (ฉบับเข้าใจง่าย -อัปเดต 2026)
การนำเข้าเครื่องสำอางมาจำหน่ายในประเทศไทย หากทำตามขั้นตอนกฎหมายอย่างถูกต้อง เช่น สถานที่นำเข้า และ จดแจ้งเครื่องสำอาง บทความทางทีมทนายได้สรุปขั้นตอนทั้งหมดแบบสั้น กระชับ ได้ใจความ เข้าใจง่าย และนำไปปฏิบัติได้ทันทีด้วยตนเอง เหมาะสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจความงาม
# คำนำ : นำเข้าเครื่องสำอาง
ระบบการกำกับดูแลเครื่องสำอางให้เป็นระบบเดียวกันทั่วโลกและให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและระบบดังกล่าวอันเป็นการสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางของประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล นอกจากนี้ เพื่อเป็นการปรับปรุงมาตรการ คุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ทั้งในด้านการห้ามผลิต นำเข้าหรือขายเครื่องลำอาง บางประเภท การกำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง การกำหนดมาตรฐานของสถานที่ผลิตเครื่องสำอาง ภาชนะบรรจุ การรายงานข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอาง มาตรการควบคุมฉลากและการโฆษณาเครื่องสำอาง และมาตรการควบคุมเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ เครื่องสำอางปลอม และเครื่องสำอางผิดมาตรฐาน ให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค รวมทั้งปรับปรุงบทกำหนดโทษและอัตราค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ดังนั้นจึงได้จัดทำคู่มือปฏิบัติสำหรับผู้นำเข้าเครื่องสำอางที่สอดคล้องกับกฎหมายพระราชบัญญัติ เครื่องสำอาง พ.ศ. ๒๕๕๘ และ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้
# เครื่องสำอาง : หมายความว่า
วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบ หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใด กับส่วนภายนอกของร่างกายมนุษย์ และให้หมายความรวมถึงการใช้กับฟันและเยื่อบุในช่องปาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความสะอาด ความสวยงาม หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะที่ปรากฏ หรือระงับกลิ่นกลิ่นกาย หรือปกป้องดูแลส่วนต่าง ๆ นั้น ให้อยู่ในสภาพดี และรวมตลอดทั้งเครื่องประที่นต่าง ๆ สำหรับผิวด้วย แต่ไม่รวมถึงเครื่องประดับและเครื่องแต่งตัวซึ่งเป็นอุปกรณ์ภายนอกร่างกาย
# ผู้ขอจดอย.เครื่องสำอาง : ดังนี้
1.ผู้ผลิตเพื่อขาย
2.ผู้นำเข้าเพื่อขาย
3.ผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอาง
# หน้าที่ผู้ขอจดอย.เครื่องสำอาง :
จดแจ้งรายละเอียดของเครื่องสำอางต่อผู้รับจดแจ้ง และเมื่อผู้รับจดแจ้งออกใบรับจดแจ้งให้แล้ว จึงจะผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางนั้นได้
# อายุใบอนุญาต : เครื่องสำอาง
สามปีนับแต่วันที่ออกไบรับจดแจ้ง
# ต่ออายุใบอนุญาต : เครื่องสำอาง
ในกรณีที่ผู้จดแจ้งประสงค์จะขอต่ออายุใบรับจดแจ้ง ให้ยื่นทำก่อนวันที่ใบรับรับจดแจ้งสิ้นอายุ
# ข้อยกเว้นการขออนุญาต : เครื่องสำอาง
ผู้ซึ่งผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางเพื่อเป็นตัวอย่าง เพื่อจัดนิทรรศการ หรือเพื่อใช้ ในการศึกษา วิจัย หรือวิเคราะห์ทางวิชาการ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับใบจดแจ้งสำหรับเครื่องสำอาง
# เครื่องสำอางต้องห้าม : สำคัญมาก
1.เครื่องสำอางนั้นไม่ปลอดภัยในการใช้
2.เครื่องสำอางนั้นใช้ชื่อไปในทำนองโอ้อวด ไม่สุภาพ หรืออาจทำให้เข้าใจผิดจากความจริง
3.เครื่องสำอางที่ใช้ชื่อไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมอันดีงามของไทยหรือส่อไปในทางทำลาย
คุณค่าของภาษาไทย
4.เครื่องทำอางที่ผลิตหรือใช้กาชนะบรรรรจุไม่ถูกลักษณะอันอาจเป็นอันอันอันตรายต่อผู้ไข้
5.เครื่องสำอางที่มีสารอันสลายตัวได้รวมอยู่ด้วยและอาจทำให้เกิดเป็นพิษอันเป็นอันตราย
6.เครื่องสำอางที่มีสิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้เจือปนอยู่ด้วย
7.เครื่องสำอางที่มีวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางตามมาตรา ๖ (๒)
8.เครื่องสำอางที่ใช้ฉลากแจ้งชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือแหล่งผลิตที่มีใช่ความจริง
9.เครื่องสำอางซึ่งมีสารสำคัญขาดหรือเกินกว่าร้อยละยี่สิบตามที่จดแจ้งไว้ต่อผู้รับจดแจ้ง
หรือตามที่ระบุไว้ในฉลาก
10.เครื่องสำอางที่ใช้วัตถุอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทำเทียมขึ้นเป็นสารสำคัญของเครื่องสำอางนั้น
หรือเป็นเครื่องลำอางที่ไม่มีสารสำคัญตามที่ได้จจดแจ้งไว้ต่อผู้รับจดแจ้งหรือไม่มีสารสำคัญตามที่ระบุไว้ในฉลาก
# ฉลากของเครื่องสำอาง :
ฉลากของเครื่องสำอางตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
1.ใช้ข้อความที่ตรงต่อความจริง ไม่มีข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ
เกียวกับเครื่องสำอาง และไม่ใช้ข้อความที่ขัดต่อศีลธรรม หรือวัฒนธรรมอันดีงามของไทย
2.ใช้ข้อความภาษาไทย และมีขนาดที่สามารถอ่านได้ชัดเจน และอาจมีภาษาต่างประเทศ
ด้วยก็ได้ สำหรับเครื่องสำอางที่นำเข้าเพื่อขายให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องทำฉลากภาษาไทยที่ภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อในขณะนำเข้าที่ด่านตรวจสอบเครื่องสำอาง แต่ต้องจัดทำฉลากเป็นภาษาไทยก่อนขาย
3.ต้องระบุข้อความดังต่อไปนี้
3.1 ชื่อเครื่องสำอางและชื่อทางการค้า
3.2 ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต กรณีที่ผลิตในประเทศ ชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า และชื่อผู้ผลิต
และประเทศที่ผลิต กรณีที่นำเข้า
33.3 ปริมาณ วิธีใช้ ข้อแนะนำ คำเตือน เดือน ปีที่ผลิตและที่หมดอายุ เลขที่หรืออักษร
แสดงครั้งที่ผลิต และชื่อของสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิต
3.4 ข้อความอื่นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภค
# การส่งตรวจเครื่องสำอาง :
ปกติจะไม่มีการส่งตรวจ ยกเว้นในกรณีมีความจำเป็นเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยและอนามัยของบุคคล เลขาธิการมีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้จดแจ้งดำเนินการดังต่อไปนี้
1.รายงานการดำเนินการเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ตนได้ผลิตหรือนำเข้าต่อสำนักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา
2.จัดส่งตัวอย่างของเครื่องสำอางที่ตนได้ผลิตหรือนำเข้าต่อสำนักงกงานคณะกรรมการอาหาร
และยา
# การโฆษณาเครื่องสำอาง :
ต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือใช้ ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนร่วม ทั้งนี้ ไม่ว่าข้อความดังกล่าวนั้นจะเป็นข้อความที่เกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือลักษณะขณะของเครื่องลำอาง
# ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวมเกี่ยวกับเครื่องสำอาง :
1.ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง
2.ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะกระทำ
โดยใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริงหรือไม่ก็ตาม
3.ข้อความที่แสดงสรรพคุณที่เป็นการรักษาโรคหรือที่มิใช่จุดมุ่งหมายเป็นเครื่องสำอาง
4.ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณบำรุงกาม
5.ข้อความที่เป็นการสนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรมหรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธธรรมของชาติ
6.ข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน
7.ข้อความที่ใช้ในการโฆษณาที่บุคคลทั่วไปสามารถรู้ได้ว่าเป็นข้อความที่ไม่อาจเป็นความจริงได้โดยแน่แท้
8.การโฆษณาจะต้องไม่กระทำด้วยวิธีการอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย หรือจิตใจ หรือขัดต่อศีลธรรมอันดีงามของประชาชน หรืออันอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้บริโภค
# การกระทำความผิดเกี่ยวกับเครื่องสำอาง : มีผลดังนี้
1.เรียกเก็บคืนและทำลายเครื่องสำอางนั้นหรือส่งมอบเครื่องสำอางนั้นให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด โดยให้ผู้จดแจ้ง ผู้ชาย หรือผู้ครอบครอง เครื่องสำอางเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดังกล่าว
2. ตรวจ ค้น ยึด อายัดเครื่องสำอาง เครื่องมือเครื่องใช้ ภาชนะบรรจุ หีบห่อ ฉลาก เอกสาร หรือสิ่งใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องสำอางดังกล่าวซึ่งสงสัยว่าจะใช้ในการกระทำความผิด หรือน่าจะเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
# บทกำหนดโทษ : เกี่ยวกับเครื่องสำอาง
1.ผู้ใดผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย หรือรับจ้างเครื่องสำองสำอางอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2.ผู้ใดขายเครื่องสำอางอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3.ผู้จดแจ้งผู้ใดยื่นคำขอต่ออายุใบรับจดแจ้งภายหลังที่ใบรับจดแจ้งสิ้นอายุ แต่ภายในเวลาที่กำหนด ต้องระวางโทษปรับรายวัน วันละห้าร้อยบาท ตลอดเวลาที่ยังไม่ยื่นคำขอต่ออายุใบรับจดแจ้ง
4.ผู้ใดขายเครื่องสำอางโดยไม่มีฉลากต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
5. ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้นำเข้าเพื่อขาย หรือผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอางซึ่งใช้ฉลากผิดกฎหมายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
6.ผู้ใดขายเครื่องสำอางซึ่งใช้ฉลากผิดกฎหมายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
# อัตราค่าธรรมเนียม : เกี่ยวกับเครื่องสำอาง
1.ใบรับจดแจ้งการผลิตเพื่อขาย ฉบับละ ๕,๐๐๐ ใ บาท
2.ใบรับจดแจ้งการนำเข้าเพื่อขาย ฉบับละ ๕,000 บาท
3.ใบรับจดแจ้งการรับจ้างผลิต ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท
4.ใบแทนใบรับจดแจ้ง ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท
5.คำขอจดแจ้ง ฉบับละ ๕๐๐
6.คำขอแก้ไขรายการในใบรับจดแจ้ง ครั้งละ ๕๐๐ บาท
7.หนังสือรับรองตามมาตรา ๒๐ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท
8.การขอความเห็นตามมาตรา ๒๔ รายการละ บาท ๑๐,๐๐๐
9.การขอความเห็นตามมาตรา ๔๖ เรื่องละ ๑๐,๐๐๐ บาท
10.การต่ออายุใบรับจดเจ้งครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมไปรับจดแจ้งประเภทนั้นๆ
# กฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558
https://laws.fda.moph.go.th/laws/category/act/
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่