06
Jun2026

เครื่องหมายการค้ามีบทบาทต่อธุรกิจเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าจดจำสินค้าได้ เป็นการสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ของสินค้า นอกจากนั้นยังเป็นการป้องกันการลอกเลียนแบบ การละเมิด รวมถึงการขยายเครือข่ายในลักษณะแฟรนไชส์ หรือ ไปเปิดสาขาในต่างประเทศได้ เป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้ ดังนั้นการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจึงมีความสำคัญมาก

ต่อไปนี้คือ 5 ปัญหาธุรกิจที่ไม่จดเครื่องหมายการค้าที่เจ้าของแบรนด์ควรรู้และเป็นกรณีศึกษา

# 1.กรณีต้องซื้อแบรนด์

iPad ถูกบริษัท Proview ในประเทศจีนพยายามฉวยโอกาสจากการนำ iPad ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ต่อมาแอปเปิลยุติข้อพิพาทเครื่องหมายการค้า iPad โดยยอมจ่่ายด้วยเงิน 60 ล้านดอลลาร์

กรณีดังกล่าวถูกนำขึ้นสู่ศาลในประเทศจีน Proview อ้างว่าตนเป็นเจ้าของสิทธิ์ในชื่อ iPad จากจดทะเบียนในปี 2543 แต่แอปเปิลยืนยันว่าตนได้สิทธิทั่วโลกในชื่อนี้ในปี 2552

ข้อพิพาทระหว่างสองบริษัทส่งผลให้สินค้า iPad ของแอปเปิลถูกถอนออกจากชั้นวางสินค้าในบางส่วนของประเทศจีน หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่แอปเปิลตกลงที่จะยุติข้อพิพาทเนื่องจากไม่ต้องการให้ยอดขายในประเทศจีนหยุดชะงัก และส่งผลให้สูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่ง

 

# 2.กรณีถูกจดแบรนด์ตัดหน้า

Luckin Coffee ถูกบริษัทในประเทศไทยชิงจดแบรนด์ตัดหน้าและได้รับการจดทะเบียนแล้ว ต่อมา ลัคกิน คอฟฟี่ (ไชน่า) ลิมิเตด ยื่นฟ้องคดีต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญา และ ได้รับชัยชนะในคดีเครื่องหมายการค้าดังกล่าวสาเหตุที่ไม่สุจริต  ศาลมีคำสั่งให้คู่กรณีชดใช้ค่าเสียหายจำนวนกว่า 10 ล้านบาท และ ให้จำเลยต้องจ่ายค่าเสียหายต่อเนื่องเป็นรายวันวันละ 100,000 บาท นับจากวันที่ยื่นฟ้องจนกว่าจำเลยจะยุติกิจกรรมละเมิดลิขสิทธิ์

 

# 3 กรณีถูกห้ามขายสินค้า

Burger King ถูกบังคับให้เปลี่ยนชื่อร้านค้าและแฟรนไชส์ทั้งหมดในออสเตรเลียเป็น Hungry Jack’s เนื่องจากชื่อ Burger King ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชื่อดังกล่าวไปแล้วโดยร้านอาหารขนาดเล็กแห่งหนึ่ง (ในเมืองแอดิเลด)

ต่อมา ในปี 1996 หลังจากเครื่องหมายการค้าของออสเตรเลียในชื่อ Burger King” (ในเมืองแอดิเลด) หมดอายุลง Burger King ก็เริ่มเปิดสาขาใหม่ภายใต้ชื่อของตนเองได้ กรณีดังกล่าวนอกจาก เสียโอกาสทางธุรกิจแล้ว ต่อมาผู้ซื้อแฟรนไชส์ Hungry Jack’s ได้ฟ้องร้อง Burger King โดยอ้างว่าผิดสัญญาเรื่องการแข่งขัน ต่อมาศาลสั่งให้ Hungry Jack’s ได้รับเงินชดเชย 46.9 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในตลาดออสเตรเลีย

 

# 4 กรณีเสียโอกาสทางธุรกิจ

ปัญหาเรื่องการไม่ใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้าโดยสมบูรณ์ ยังส่งผลต่อการขายแฟรนไชส์เนื่องจากผู้ซื้อแฟรนไชส์เนื่องจากเกิดความไม่เชื่อมั่นในเครื่องหมายการค้า และทำให้ขาดผู้ร่วมลงทุน และ ห้างสรรพสินค้าบางรายก็ไม่ยอมให้วางขายสินค้าที่มีปัญหาข้อโต้แย้งเรื่องเครื่องหมายการค้าด้วย ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจเป็นอย่างมาก

ทองสยาม ฟู๊ดไม่สามารถประกอบธุรกิจและขยายสาขาได้แฟรนไชส์เนื่องจากมีปัญหาเรื่องชื่อที่ไปเหมือนคล้ายกับ ร้านอาหารประเภทเดียวกันคือ ทองสมิทธิ์ เนื่องจากมีคดีที่ฟ้องร้องกันในศาล

# 5 ความแตกต่างเรื่องกฎหมายเครื่องหมายการค้า

กฎหมายเครื่องหมายการค้ามีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศสำหรับการยื่นจดทะเบียน หลักกฎหมายพื้นฐานที่เหมือนกัน ทุกประเทศ คือ First to file rule คือ หลักการผู้ยื่นคำขอก่อนมีสิทธิดีกว่า เช่น ในประเทศจีน ยึดหลักนี้เป็นสำคัญแม้สามารถแสดงหลักฐานเครื่องหมายการค้าในประเทศสัญชาติต้นทางของตนเองที่ได้จดทะเบียนไว้ก่อนก็จะไม่ได้รับการพิจารณาให้มีสิทธิดีกว่า

ในบางประเทศ เช่น United States, Napal ต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศสัญชาติต้นทางของตนเองด้วย ถึงจะได้รับการอนุมัติให้จดทะเบียน แต่หลายประเทศก็ยื่นจดทะเบียนได้เลย

ในบางประเทศ เช่น Indonesia, Philippines การยื่นเพิกถอนเครื่องหมายการค้าในชั้นนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่สามารถทำได้ ต้องยื่นเพิกถอนต่อศาลเท่านั้นซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง แต่หลายประเทศสามารถยื่นเพิกถอนเครื่องหมายการค้าในชั้นนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าซึ่งมีราคาถูก

ในบางประเทศ เช่น United States, Philippines, Cambodia ทุกๆ 3 ปีต้องแสดงหลักฐานการใช้ Declaration of Use ด้วยมิฉะนั้นจะถูกเพิกถอนเครื่องหมายการค้าจากการจดทะเบียนแล้วไม่ได้ใช้จริง

สรุป:

ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตามหากมีเครื่องหมายการค้าต้องทำการยื่นจดเบียนไว้ก่อนขาย ก่อนเผยแพร่หลายต่อสาธารณะเพราะราคาจดทะเบียนไม่แพง หากเรายื่นจดทะเบียนช้าเกินไปจะส่งผลต่อการทำธุรกิจและต้องเสียทั้งเวลา และ ค่าใช้จ่ายอย่างสูงตามกรณีศึกษาข้างต้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

[/vc_column][/vc_row]

แอดไลน์