31
May2026

ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นเครื่องมือและรูปแบบธุรกิจที่ขยายออกไปจากธุรกิจหลัก ซึ่งปัจจุบันก็เป็นทางเลือกหนึ่งของนักลงทุนและผู้ประกอบการเนื่องจากมีข้อดีหลายอย่าง เช่น ระบบที่เป็นมาตรฐาน มีระบบการจัดการที่ดี มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง และ มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้วทำให้เติบโตได้ง่าย

ธุรกิจหลักหรือธุรกิจดั้งเดิมไม่สามารถให้บริการลูกค้าในสถานที่ห่างไกล หรือ ผู้ใช้บริการที่มีสถานที่ไม่สะดวกในการใช้บริการ ไม่จำกัดเฉพาะในประเทศไทยหรือต่างประเทศ ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบสนองต่อความต้องการ ผู้ประกอบการจึงทำการขยายสาขาในรูปแบบที่เป็นเจ้าของเอง หรือ ขายสิทธิธุรกิจแฟรนไชส์ให้บุคคลอื่น

ประเด็นคือ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและสิทธิในเครื่องหมายการค้าธุรกิจแฟรนไชส์นั้นต้องทำการจัดสรรอย่างไร ตามกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหาการอ้างสิทธิเกินขอบเขต และ ข้อพิพาท ในอนาคต

# ธุรกิจหลัก ยกตัวอย่าง เช่น

1.ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
2.ร้านเปลี่ยนยางและซ่อมแซม บำรุงรักษารถยนต์
3.ร้านสะดวกซื้อ
4.ร้านซัก อบ รัด
5.ปั้มน้ำมัน

# ธุรกิจแฟรนไชส์ ยกตัวอย่าง เช่น

1.ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่ขยายเครือข่ายมากกว่าหนึ่งร้าน
2.ร้านเปลี่ยนยางและซ่อมแซม บำรุงรักษารถยนต์ ที่ขยายเครือข่ายมากกว่าหนึ่งร้าน
3.ร้านสะดวกซื้อ ที่ขยายเครือข่ายมากกว่าหนึ่งร้าน
4.ร้านซัก อบ รัด ที่ขยายเครือข่ายมากกว่าหนึ่งร้าน
5.ปั้มน้ำมัน ที่ขยายเครือข่ายมากกว่าหนึ่งร้าน

แต่ในความจริง ธุรกิจที่ขยายเครือข่ายมากกว่าหนึ่งร้าน ก็ยังคงทำธุรกิจหลักอยู่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

คำถามคือ แฟรนไชส์ นั้นไม่ใช่ธุรกิจแต่เป็นเครื่องมือหรือรูปแบบการทำธุรกิจมากกว่า เช่น ร้าน A ทำร้านอาหารที่กรุงเทพ / ร้าน B (แฟรนไชส์) ทำร้านอาหารที่ชลบุรี ทั้งสองร้านทำธุรกิจเดียวกันคือ ร้านอาหาร 

คำถามต่อมาคือ ธุรกิจแฟรนไชส์ต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือไม่ ?

กฎหมายแบ่งจำพวก ดังนี้

จำพวก 35 ธุรกิจแฟรนไชส์
จำพวก 43 ร้านอาหารและเครื่องดื่ม

ตอบ ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน จำพวก 35 ธุรกิจแฟรนไชส์ก็สามารถทำการขยายแฟรนไชส์ได้ แต่แนะนำให้จดทะเบียนไว้ด้วย เพราะจำพวก 35 คือประเภท แฟรนไชส์ / ร้านค้า / โฆษณา และ การจัดการธุรกิจ เป็นต้น เพื่อจะได้รับความคุ้มครองครบถ้วน และ ป้องกันปัญหาการตีความและข้อโต้แย้ง

# สำหรับในต่างประเทศ เช่น ประเทศจีน กฎหมายแบ่งจำพวก ดังนี้

จำพวก 35 ธุรกิจแฟรนไชส์
จำพวก 43 ร้านอาหารและเครื่องดื่ม

ตอบ หากประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ จำเป็นต้องจดทะเบียน จำพวก 35 ธุรกิจแฟรนไชส์ด้วย ถ้าไม่จดทะเบียนไว้บางกรณีไม่สามารถประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ได้ หรือ ทำการโฆษณาผ่านระบบออนไลน์ได้ แต่สำหรับประเทศไทยไม่จำเป็น (แต่แนะนำให้ยื่นจดทะเบียนไว้)

ดังนั้นการขยายของธุรกิจแฟรนไชส์ต้องจดทะเบียน ดังนี้

# ต้องจดทะเบียนธุรกิจหลักก่อน เช่น จำพวก 43 ร้านอาหารและเครื่องดื่ม

# ต้องจดทะเบียนธุรกิจแฟรนไชส์ / ร้านค้า / โฆษณา และ การจัดการธุรกิจ เป็นลำดับรอง
จำพวก 35 แฟรนไชส์ / ร้านค้า / โฆษณา และ การจัดการธุรกิจ เพื่อป้องกันปัญหาข้อโต้แย้ง

# ข้อดีของการมีเครื่องหมายการค้าสำหรับธุรกิจหลักและแฟรนไชส์

1.ป้องกันปัญหาระหว่างเจ้าของแบรนด์และผู้ซื้อแฟรนไชส์
เพราะนอกจากสัญญาแฟรนไชส์ระหว่างเจ้าของแบรนด์และผู้ซื้อแฟรนไชส์ และ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก็เป็นแสดงสิทธิในการเป็นเจ้าของธุรกิจดั้งเดิมได้ตามกฎหมาย

2.ป้องกันปัญหาระหว่างเจ้าของแบรนด์และบุคคลที่สาม
เจ้าของแบรนด์สามารถดำเนินคดีกับบุคคลที่สามที่เลียนแบบเครื่องหมายการค้าได้เป็นการป้องกันธุรกิจโดยรวมและปกป้องผู้ซื้อแฟรนไชส์ด้วย

3.ช่วยให้การขยายแฟรนไชส์ทำได้ง่ายและมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
หากแบรนด์มีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนถูกต้อง จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ลงทุน เพราะเครื่องหมายการค้าก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่เพิ่มมูลค่าของสินค้าและภาพลักษณ์ของธุรกิจ

4.เพิ่มมูลค่าทางธุรกิจแฟรนไชส์ สร้างภาพลักษณ์และมาตรฐานของแบรนด์
ธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีเครื่องหมายการค้าและขยายสาขาแล้วมักเป็นที่ต้องการของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเป็นฐานรองรับการขยายไปยังสินค้าอื่นด้วย

5.ปฎิบัติตามกฎหมายเครื่องหมายการค้า
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีกฎหมายเฉพาะที่โทษทางแพ่งและทางอาญา แต่สำหรับ
สัญญาแฟรนไชส์ระหว่างเจ้าของแบรนด์และผู้ซื้อแฟรนไชส์นั้นฟ้องได้ตามกฎหมายแพ่งเท่านั้น ซึ่งหากได้ทำการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้จะทำให้การบังคับใช้ทางกฎหมายเรื่องกฎหมายเครื่องหมายการค้านั้นทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

# สรุป

ธุรกิจแฟรนไชส์ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนก็ามารถดำเนินการได้ตาปกติ เว้นแต่ทำอาชีพบริการตัวกลางทางการค้าด้านแฟรนไชส์ ซึ่งผู้ประกอบการปกติทั่วไปที่มีธุรกิจหลัก แนะนำต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งธุรกิจหลักและธุรกิจแฟรนไชส์ด้วยเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ทางกฎหมายอย่างครบถ้วน แต่สิทธิที่จะได้คือสิทธิในธุรกิจหลักที่มีระบบแฟรนไชส์เป็นเครื่องมือในการขยายธุรกิจหลักออกไป เราไม่ได้ทำธุรกิจแฟรนไชส์เป็นหลักแต่เรากำลังทำธุรกิจหลักในเติบโตและรักษามูลค่าของธุรกิจในระยะยาว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

[/vc_column][/vc_row]

แอดไลน์ ธุรกิจแฟรนไชส์ต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือไม่
31
May2026

ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นเครื่องมือและรูปแบบธุรกิจที่ขยายออกไปจากธุรกิจหลัก ซึ่งปัจจุบันก็เป็นทางเลือกหนึ่งของนักลงทุนและผู้ประกอบการเนื่องจากมีข้อดีหลายอย่าง เช่น ระบบที่เป็นมาตรฐาน มีระบบการจัดการที่ดี มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง และ มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้วทำให้เติบโตได้ง่าย

ธุรกิจหลักหรือธุรกิจดั้งเดิมไม่สามารถให้บริการลูกค้าในสถานที่ห่างไกล หรือ ผู้ใช้บริการที่มีสถานที่ไม่สะดวกในการใช้บริการ ไม่จำกัดเฉพาะในประเทศไทยหรือต่างประเทศ ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบสนองต่อความต้องการ ผู้ประกอบการจึงทำการขยายสาขาในรูปแบบที่เป็นเจ้าของเอง หรือ ขายสิทธิธุรกิจแฟรนไชส์ให้บุคคลอื่น

ประเด็นคือ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและสิทธิในเครื่องหมายการค้าธุรกิจแฟรนไชส์นั้นต้องทำการจัดสรรอย่างไร ตามกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหาการอ้างสิทธิเกินขอบเขต และ ข้อพิพาท ในอนาคต

# ธุรกิจหลัก ยกตัวอย่าง เช่น

1.ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
2.ร้านเปลี่ยนยางและซ่อมแซม บำรุงรักษารถยนต์
3.ร้านสะดวกซื้อ
4.ร้านซัก อบ รัด
5.ปั้มน้ำมัน

# ธุรกิจแฟรนไชส์ ยกตัวอย่าง เช่น

1.ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่ขยายเครือข่ายมากกว่าหนึ่งร้าน
2.ร้านเปลี่ยนยางและซ่อมแซม บำรุงรักษารถยนต์ ที่ขยายเครือข่ายมากกว่าหนึ่งร้าน
3.ร้านสะดวกซื้อ ที่ขยายเครือข่ายมากกว่าหนึ่งร้าน
4.ร้านซัก อบ รัด ที่ขยายเครือข่ายมากกว่าหนึ่งร้าน
5.ปั้มน้ำมัน ที่ขยายเครือข่ายมากกว่าหนึ่งร้าน

แต่ในความจริง ธุรกิจที่ขยายเครือข่ายมากกว่าหนึ่งร้าน ก็ยังคงทำธุรกิจหลักอยู่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

คำถามคือ แฟรนไชส์ นั้นไม่ใช่ธุรกิจแต่เป็นเครื่องมือหรือรูปแบบการทำธุรกิจมากกว่า เช่น ร้าน A ทำร้านอาหารที่กรุงเทพ / ร้าน B (แฟรนไชส์) ทำร้านอาหารที่ชลบุรี ทั้งสองร้านทำธุรกิจเดียวกันคือ ร้านอาหาร 

คำถามต่อมาคือ ธุรกิจแฟรนไชส์ต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือไม่ ?

กฎหมายแบ่งจำพวก ดังนี้

จำพวก 35 ธุรกิจแฟรนไชส์
จำพวก 43 ร้านอาหารและเครื่องดื่ม

ตอบ ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน จำพวก 35 ธุรกิจแฟรนไชส์ก็สามารถทำการขยายแฟรนไชส์ได้ แต่แนะนำให้จดทะเบียนไว้ด้วย เพราะจำพวก 35 คือประเภท แฟรนไชส์ / ร้านค้า / โฆษณา และ การจัดการธุรกิจ เป็นต้น เพื่อจะได้รับความคุ้มครองครบถ้วน และ ป้องกันปัญหาการตีความและข้อโต้แย้ง

# สำหรับในต่างประเทศ เช่น ประเทศจีน กฎหมายแบ่งจำพวก ดังนี้

จำพวก 35 ธุรกิจแฟรนไชส์
จำพวก 43 ร้านอาหารและเครื่องดื่ม

ตอบ หากประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ จำเป็นต้องจดทะเบียน จำพวก 35 ธุรกิจแฟรนไชส์ด้วย ถ้าไม่จดทะเบียนไว้บางกรณีไม่สามารถประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ได้ หรือ ทำการโฆษณาผ่านระบบออนไลน์ได้ แต่สำหรับประเทศไทยไม่จำเป็น (แต่แนะนำให้ยื่นจดทะเบียนไว้)

ดังนั้นการขยายของธุรกิจแฟรนไชส์ต้องจดทะเบียน ดังนี้

# ต้องจดทะเบียนธุรกิจหลักก่อน เช่น จำพวก 43 ร้านอาหารและเครื่องดื่ม

# ต้องจดทะเบียนธุรกิจแฟรนไชส์ / ร้านค้า / โฆษณา และ การจัดการธุรกิจ เป็นลำดับรอง
จำพวก 35 แฟรนไชส์ / ร้านค้า / โฆษณา และ การจัดการธุรกิจ เพื่อป้องกันปัญหาข้อโต้แย้ง

# ข้อดีของการมีเครื่องหมายการค้าสำหรับธุรกิจหลักและแฟรนไชส์

1.ป้องกันปัญหาระหว่างเจ้าของแบรนด์และผู้ซื้อแฟรนไชส์
เพราะนอกจากสัญญาแฟรนไชส์ระหว่างเจ้าของแบรนด์และผู้ซื้อแฟรนไชส์ และ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก็เป็นแสดงสิทธิในการเป็นเจ้าของธุรกิจดั้งเดิมได้ตามกฎหมาย

2.ป้องกันปัญหาระหว่างเจ้าของแบรนด์และบุคคลที่สาม
เจ้าของแบรนด์สามารถดำเนินคดีกับบุคคลที่สามที่เลียนแบบเครื่องหมายการค้าได้เป็นการป้องกันธุรกิจโดยรวมและปกป้องผู้ซื้อแฟรนไชส์ด้วย

3.ช่วยให้การขยายแฟรนไชส์ทำได้ง่ายและมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
หากแบรนด์มีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนถูกต้อง จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ลงทุน เพราะเครื่องหมายการค้าก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่เพิ่มมูลค่าของสินค้าและภาพลักษณ์ของธุรกิจ

4.เพิ่มมูลค่าทางธุรกิจแฟรนไชส์ สร้างภาพลักษณ์และมาตรฐานของแบรนด์
ธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีเครื่องหมายการค้าและขยายสาขาแล้วมักเป็นที่ต้องการของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเป็นฐานรองรับการขยายไปยังสินค้าอื่นด้วย

5.ปฎิบัติตามกฎหมายเครื่องหมายการค้า
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีกฎหมายเฉพาะที่โทษทางแพ่งและทางอาญา แต่สำหรับ
สัญญาแฟรนไชส์ระหว่างเจ้าของแบรนด์และผู้ซื้อแฟรนไชส์นั้นฟ้องได้ตามกฎหมายแพ่งเท่านั้น ซึ่งหากได้ทำการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้จะทำให้การบังคับใช้ทางกฎหมายเรื่องกฎหมายเครื่องหมายการค้านั้นทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

# สรุป

ธุรกิจแฟรนไชส์ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนก็ามารถดำเนินการได้ตาปกติ เว้นแต่ทำอาชีพบริการตัวกลางทางการค้าด้านแฟรนไชส์ ซึ่งผู้ประกอบการปกติทั่วไปที่มีธุรกิจหลัก แนะนำต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งธุรกิจหลักและธุรกิจแฟรนไชส์ด้วยเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ทางกฎหมายอย่างครบถ้วน แต่สิทธิที่จะได้คือสิทธิในธุรกิจหลักที่มีระบบแฟรนไชส์เป็นเครื่องมือในการขยายธุรกิจหลักออกไป เราไม่ได้ทำธุรกิจแฟรนไชส์เป็นหลักแต่เรากำลังทำธุรกิจหลักในเติบโตและรักษามูลค่าของธุรกิจในระยะยาว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

[/vc_column][/vc_row]

แอดไลน์