04
Apr2026

ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทอย่างชัดเจน จากความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานด้านสิทธิบัตร และ ก่อให้เกิดปัญหาระหว่างทนายความ กรมทรัพย์สินทางปัญญา และ นักประดิษฐ์ ซึ่งเอกสารสิทธิบัตรสำหรับสิ่งประดิษฐ์ถูกสร้างขึ้นโดยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ นักประดิษฐ์ ได้ยึดถือสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและดีที่สุด ทำให้ไม่สามารถรักษามาตรฐานที่ถูกต้องสำหรับการร่างเนื้อหา การเขียนเนื้อหาสิทธิบัตร ให้เป็นไปตามกฎหมายและใช้บังคับได้

 

# ประโยชน์ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้านการจดสิทธิบัตร

1.รวมรวมข้อมูลและส่งออกข้อมูลได้รวดเร็วกว่ามนุษย์

2.มีฐานข้อมูลจำนวนมากในแบบจำลองที่ถูกส่งออกมาใช้

3.มีการเรียนรู้ได้เองจากแหล่งข้อมูลในแบบจำลองใหม่ๆ

 

# ข้อเสียของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้านการจดสิทธิบัตร

1.ฐานข้อมูลถูกส่งออกมาใช้โดยไม่มีการคัดกรอง

2.ฐานข้อมูลถูกส่งออกมาใช้โดยไม่มีการตรวจสอบความซ้ำซ้อน ความถูกต้องในเชิงกฎหมาย

3.สิ่งประดิษฐ์บางอย่างเป็นสิ่งใหม่ที่ยังไม่มีในหน่วยความจำของแบบจำลองทำให้แบบจำลองนำเอาบางส่วนของแบบจำลองการร่างคำขอสิทธิบัตรฉบับที่แรก (ของคนอื่น) ถูกแทรกเข้าไปในการร่างคำขอสิทธิบัตรฉบับที่สอง (ของเรา)และ เกิดปัญหาเชิงกฎหมายและความซ้ำซ้อน

4.นักประดิษฐ์ ได้ยึดถือสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและดีที่สุด ทำให้ ทนายความด้านสิทธิบัตรและ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ และ เมื่อพบปัญหาภายหลังทำให้เกิดการแก้ไขยาก

5.ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่สามารถวิเคราะห์ แยกแยะ ประเด็นการละเมิด การฟ้องร้อง และ เทคนิคในเชิงกฎหมายได้อย่างลึกซึ้ง เนื่องจากแต่ละกรณีมีความแตกต่างกัน และ แบบจำลองงปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีความสามารถเชิงข้อจำกัด หมายถึงไม่มีจิตนาการใหม่ และ ไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้

6.ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่มีไหวพริบ และ ไม่สามารถเรียนรู้ปัจจัยภายนอกได้ เช่น ถ้าเราจะเดินทางจากสถานที่ A ไปยังสถานที่ B ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะให้เราขับรถไปยูเทิร์นอีก 2 กิโลเมตรเพื่อไปถึงสถานที่ B ซึ่งความจริงเราเดินข้ามสะพานลอยไปเองได้

หรือ ถ้าเราจะเดินทางจากสถานที่ A ไปยังสถานที่ B ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะให้เราขับรถไป 500 เมตรเพื่อไปถึงสถานที่ B ซึ่งความจริงสถานที่ B ไม่มีที่จอดรถ ถ้าเราเดินไปเองจะดีกว่า เป็นต้น ซึ่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่สามารถเรียนรู้ปัจจัยภายนอกได้

 

# ข้อพึงระวังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการทำงานด้านการจดสิทธิบัตร จะต้องยึดแนวทางเหล่านี้

แนวทางที่ 1. ต้องพยายามทำความเข้าใจความสามารถ ข้อจำกัด และคุณลักษณะด้านการรักษาความลับของแบบจำลอง AI อย่างจริงจัง ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการสื่อสารที่ถูกต้องและรักษาความรับผิดชอบต่อคุณภาพและความถูกต้องของงานที่สร้างโดย AI

แนวทางที่ 2. ความเสี่ยงของ “ภาพหลอน” ข้อมูลที่ผิดพลาดหรือทำให้เข้าใจผิดซึ่งถูกนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงโดยแบบจำลอง AI การตอบสนองที่สร้างขึ้นโดย AI ซึ่งมีข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด แต่กลับถูกนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ล้าสมัย และ ผิดเพี้ยนไป เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้การเลือกใช้ AI ช่วยใน การทำงานด้านการจดสิทธิบัตร จะต้องทำอย่างหมาะสม

แนวทางที่ 3. ต้องตระหนักถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่จะดำเนินการกับข้อความที่ป้อนเข้าและส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเสี่ยงที่แบบจำลอง AI ที่มีหน่วยความจำเกี่ยวกับการโต้ตอบในอดีต อาจแพร่กระจายข้อมูลที่ผิดเพี้ยนไป หากมีการใช้แบบจำลองที่มีคุณสมบัติหน่วยความจำดังกล่าวในการร่างคำขอสิทธิบัตรและต่อมาใช้แบบจำลองเดียวกันนั้นในการร่างคำขออีกครั้งหน่วยความจำบางส่วนของแบบจำลองที่ทำครั้งแรกอาจถูกแทรกเข้าไปในการร่างคำขอสิทธิบัตรฉบับที่สอง

แนวทางที่ 4. ไม่สามารถอ้างการใช้ AI แบบสร้างข้อมูลเป็นข้อแก้ตัวสำหรับข้อผิดพลาดหรือการละเว้นใดๆได้ นี่เป็นการเตือนที่สำคัญว่าความรับผิดชอบขั้นสุดท้ายต่อคุณภาพและความถูกต้องของงานด้านสิทธิบัตรนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่การใช้งานแบบสำเร็จรูป

แนวทางที่ 5. เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาที่สร้างโดย AI มีมาตรฐานสูงเช่นเดียวกับงานที่ทำโดยมนุษย์ งานด้านสิทธิบัตรต้องพัฒนากระบวนการที่แข็งแกร่งสำหรับการตรวจสอบและตรวจทานเนื้อหานี้ ซึ่งต้องตรวจสอบผลงานใดๆ ที่ผลิตโดยใช้ AI แบบสร้างข้อมูลเพื่อหาข้อผิดพลาดและการละเว้น กระบวนการตรวจสอบต้องชัดเจนและผ่านผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

สรุป : แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ในด้านสิทธิบัตร ให้กรอบการทำงานที่ครอบคลุมสำหรับการใช้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงนี้ในบริบทของการปฏิบัติงานด้านสิทธิบัตร โดยการทำความเข้าใจแบบจำลอง AI การรักษาความรับผิดชอบของเนื้อหา การติดตามข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย และ ข้อมูลใหม่ที่ไม่ล้าสมัย และ ใช้ AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่การใช้งานแบบสำเร็จรูป

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

แอดไลน์ ข้อเสียของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการทำงานด้านการจดสิทธิบัตร
04
Apr2026

ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทอย่างชัดเจน จากความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานด้านสิทธิบัตร และ ก่อให้เกิดปัญหาระหว่างทนายความ กรมทรัพย์สินทางปัญญา และ นักประดิษฐ์ ซึ่งเอกสารสิทธิบัตรสำหรับสิ่งประดิษฐ์ถูกสร้างขึ้นโดยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ นักประดิษฐ์ ได้ยึดถือสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและดีที่สุด ทำให้ไม่สามารถรักษามาตรฐานที่ถูกต้องสำหรับการร่างเนื้อหา การเขียนเนื้อหาสิทธิบัตร ให้เป็นไปตามกฎหมายและใช้บังคับได้

 

# ประโยชน์ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้านการจดสิทธิบัตร

1.รวมรวมข้อมูลและส่งออกข้อมูลได้รวดเร็วกว่ามนุษย์

2.มีฐานข้อมูลจำนวนมากในแบบจำลองที่ถูกส่งออกมาใช้

3.มีการเรียนรู้ได้เองจากแหล่งข้อมูลในแบบจำลองใหม่ๆ

 

# ข้อเสียของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้านการจดสิทธิบัตร

1.ฐานข้อมูลถูกส่งออกมาใช้โดยไม่มีการคัดกรอง

2.ฐานข้อมูลถูกส่งออกมาใช้โดยไม่มีการตรวจสอบความซ้ำซ้อน ความถูกต้องในเชิงกฎหมาย

3.สิ่งประดิษฐ์บางอย่างเป็นสิ่งใหม่ที่ยังไม่มีในหน่วยความจำของแบบจำลองทำให้แบบจำลองนำเอาบางส่วนของแบบจำลองการร่างคำขอสิทธิบัตรฉบับที่แรก (ของคนอื่น) ถูกแทรกเข้าไปในการร่างคำขอสิทธิบัตรฉบับที่สอง (ของเรา)และ เกิดปัญหาเชิงกฎหมายและความซ้ำซ้อน

4.นักประดิษฐ์ ได้ยึดถือสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและดีที่สุด ทำให้ ทนายความด้านสิทธิบัตรและ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ และ เมื่อพบปัญหาภายหลังทำให้เกิดการแก้ไขยาก

5.ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่สามารถวิเคราะห์ แยกแยะ ประเด็นการละเมิด การฟ้องร้อง และ เทคนิคในเชิงกฎหมายได้อย่างลึกซึ้ง เนื่องจากแต่ละกรณีมีความแตกต่างกัน และ แบบจำลองงปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีความสามารถเชิงข้อจำกัด หมายถึงไม่มีจิตนาการใหม่ และ ไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้

6.ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่มีไหวพริบ และ ไม่สามารถเรียนรู้ปัจจัยภายนอกได้ เช่น ถ้าเราจะเดินทางจากสถานที่ A ไปยังสถานที่ B ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะให้เราขับรถไปยูเทิร์นอีก 2 กิโลเมตรเพื่อไปถึงสถานที่ B ซึ่งความจริงเราเดินข้ามสะพานลอยไปเองได้

หรือ ถ้าเราจะเดินทางจากสถานที่ A ไปยังสถานที่ B ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะให้เราขับรถไป 500 เมตรเพื่อไปถึงสถานที่ B ซึ่งความจริงสถานที่ B ไม่มีที่จอดรถ ถ้าเราเดินไปเองจะดีกว่า เป็นต้น ซึ่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่สามารถเรียนรู้ปัจจัยภายนอกได้

 

# ข้อพึงระวังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการทำงานด้านการจดสิทธิบัตร จะต้องยึดแนวทางเหล่านี้

แนวทางที่ 1. ต้องพยายามทำความเข้าใจความสามารถ ข้อจำกัด และคุณลักษณะด้านการรักษาความลับของแบบจำลอง AI อย่างจริงจัง ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการสื่อสารที่ถูกต้องและรักษาความรับผิดชอบต่อคุณภาพและความถูกต้องของงานที่สร้างโดย AI

แนวทางที่ 2. ความเสี่ยงของ “ภาพหลอน” ข้อมูลที่ผิดพลาดหรือทำให้เข้าใจผิดซึ่งถูกนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงโดยแบบจำลอง AI การตอบสนองที่สร้างขึ้นโดย AI ซึ่งมีข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด แต่กลับถูกนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ล้าสมัย และ ผิดเพี้ยนไป เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้การเลือกใช้ AI ช่วยใน การทำงานด้านการจดสิทธิบัตร จะต้องทำอย่างหมาะสม

แนวทางที่ 3. ต้องตระหนักถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่จะดำเนินการกับข้อความที่ป้อนเข้าและส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเสี่ยงที่แบบจำลอง AI ที่มีหน่วยความจำเกี่ยวกับการโต้ตอบในอดีต อาจแพร่กระจายข้อมูลที่ผิดเพี้ยนไป หากมีการใช้แบบจำลองที่มีคุณสมบัติหน่วยความจำดังกล่าวในการร่างคำขอสิทธิบัตรและต่อมาใช้แบบจำลองเดียวกันนั้นในการร่างคำขออีกครั้งหน่วยความจำบางส่วนของแบบจำลองที่ทำครั้งแรกอาจถูกแทรกเข้าไปในการร่างคำขอสิทธิบัตรฉบับที่สอง

แนวทางที่ 4. ไม่สามารถอ้างการใช้ AI แบบสร้างข้อมูลเป็นข้อแก้ตัวสำหรับข้อผิดพลาดหรือการละเว้นใดๆได้ นี่เป็นการเตือนที่สำคัญว่าความรับผิดชอบขั้นสุดท้ายต่อคุณภาพและความถูกต้องของงานด้านสิทธิบัตรนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่การใช้งานแบบสำเร็จรูป

แนวทางที่ 5. เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาที่สร้างโดย AI มีมาตรฐานสูงเช่นเดียวกับงานที่ทำโดยมนุษย์ งานด้านสิทธิบัตรต้องพัฒนากระบวนการที่แข็งแกร่งสำหรับการตรวจสอบและตรวจทานเนื้อหานี้ ซึ่งต้องตรวจสอบผลงานใดๆ ที่ผลิตโดยใช้ AI แบบสร้างข้อมูลเพื่อหาข้อผิดพลาดและการละเว้น กระบวนการตรวจสอบต้องชัดเจนและผ่านผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

สรุป : แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ในด้านสิทธิบัตร ให้กรอบการทำงานที่ครอบคลุมสำหรับการใช้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงนี้ในบริบทของการปฏิบัติงานด้านสิทธิบัตร โดยการทำความเข้าใจแบบจำลอง AI การรักษาความรับผิดชอบของเนื้อหา การติดตามข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย และ ข้อมูลใหม่ที่ไม่ล้าสมัย และ ใช้ AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่การใช้งานแบบสำเร็จรูป

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

แอดไลน์