21
Mar2026

กระบวนการจดอย.หรือ รับจดอย. นอกจากเรื่องของการตรวจสอบสถานที่ และ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์แล้ว ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ต้องระบุคือ ส่วนที่เป็น เรื่องของชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์)ที่แจ้งจดอย.ด้วยเพื่อระบุตัวตนของสินค้าว่าชื่อว่าอะไร

สารบัญเนื้อหา

ดังนั้นการสร้างแบรนด์เพื่อให้ผู้ใช้สินค้าจดจำสินค้าตนเองได้ต้องดำเนินการอันไหนที่สำคัญกว่า และ ไม่เฉพาะการจดอย.เครื่องสำอาง อาหารเสริม เครื่องมือแพทย์  เป็นต้น ไปจนถึงสินค้าประเภทอื่น ที่ถูกบังคับให้แจ้งชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) สำหรับจดอย.ด้วย

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีความสับสนว่าเมื่อแจ้งชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) สำหรับจดอย.แล้ว ก็จะได้รับสิทธิคุ้มครองไปถึง ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า ด้วย ซึ่งในความเป็นจริงถือว่าเป็นคนละส่วนกัน และจุดนี้เอง ที่ทำให้หลายธุรกิจต้องเผชิญกับปัญหากับการสร้างแบรนด์ด้วยความตั้งใจ และ การทำโฆษณาจะมีชื่อเสียงแพร่หลายแล้ว แต่กลับถูกผู้อื่นนำไปใช้โดยที่ไม่สามารถปกป้องแบรนด์ของตนเองได้

วันนี้ทางผู้เขียนจึงขออธิบายถึงความแตกต่างระหว่างชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย.กับ ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า ดังนี้

 

# ความเหมือนกันด้านวัตถุประสงค์การจดแจ้ง/จดทะเบียน

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุถึงตัวสินค้า (identify ตัวตน) คุ้มครองความปลอดภัยของสินค้า แต่ไม่ป้องกันการใช้ชื่อซ้ำ
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุถึงตัวสินค้า (identify ตัวตน) มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองชื่อทางการค้าและชื่อเครื่องหมายการค้า ป้องกันการใช้ชื่อซ้ำ

# ความแตกต่างด้านฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : (เกี่ยวข้องสองฝ่าย) มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ได้เลขทะเบียน อย. ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นขั้นตอนการขึ้นทะเบียน เป็นเรื่องระหว่างผู้ขอจดอย.กับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : (เกี่ยวข้องสามฝ่าย) มีวัตถุประสงค์ เพื่อขอความคุ้มครองป้องกันการใช้ชื่อซ้ำ เป็นขั้นตอนการจดทะเบียน เป็นเรื่องระหว่างผู้ขอจดทะเบียน กรมทรัพย์สินทางปัญญา และ บุคคลที่สามที่ห้ามใช้ชื่อซ้ำ

# ความแตกต่างกันด้านการบังคับการจดแจ้ง/จดทะเบียน

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : บังคับให้ต้องแจ้งเพื่อระบุถึงตัวสินค้า (identify ตัวตน)
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : ไม่บังคับให้ต้องแจ้งเพื่อระบุถึงตัวสินค้า (identify ตัวตน) แต่หากไม่จดทะเบียนก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองการใช้ชื่อซ้ำ

 

# ความแตกต่างกันด้านประเภทการจดทะเบียน

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : จดแจ้งชื่อเพื่อระบุถึงตัวสินค้า (identify ตัวตน) จดแจ้งคือเพียงแต่แจ้งไม่มีระบบตรวจสอบความเหมือนคล้าย หรือ การซ้ำซ้อนของชื่อ
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : จดทะเบียนชื่อเพื่อระบุถึงตัวสินค้า (identify ตัวตน) จดทะเบียนคือมีระบบตรวจสอบความเหมือนคล้าย หรือ การซ้ำซ้อนของชื่อ หากชื่อเหมือนคล้ายกันบุคคลที่มาจดทะเบียนภายหลังไม่ได้และไม่มีสิทธิใช้ชื่อนี้ได้

 

 

# ความแตกต่างกันด้านการบังคับใช้ทางกฎหมาย

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : ไม่สามารถห้ามไม่ให้บุคคลอื่นมาใช้ชื่อเหมือนคล้ายกับของตนได้
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : สามารถห้ามไม่ให้บุคคลอื่นมาใช้ชื่อเหมือนคล้ายกับของตนได้

 

# ความแตกต่างกันด้านสินทรัพย์

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : ไม่มีมูลค่าทางกฎหมาย ไม่เป็นสินทรัพย์
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : มีมูลค่าทางกฎหมาย เป็นสินทรัพย์ โอน ขาย จำหน่าย ให้สิทธิการใช้ชื่อได้

 

# ความแตกต่างกันด้านการความสมบูรณ์ของสิทธิ

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : ตัวสินค้าได้รับการรับรองการจดอย.และ จำหน่าย ขายได้ ทำให้แพร่หลายได้ แต่ไม่ได้รับความคุ้มครองการเป็นเจ้าของ(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า ไม่มีสิทธิผูกขาด(ชื่อแบรนด์)
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : ได้รับความคุ้มครองการเป็นเจ้าของ(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า มีสิทธิผูกขาด(ชื่อแบรนด์)

 

# ความแตกต่างกันด้านหน่วยงานรับผิดชอบ

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์

 

# ความแตกต่างกันด้านกฎหมาย

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : พระราชบัญญัติเฉพาะสินค้า เช่น เครื่องสำอาง อาหารเสริม อาหารทั่วไป
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า. พ.ศ. ๒๕๓๔

 

# ความแตกต่างด้านรูปแบบชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์)

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : เป็นแค่ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ไมต้องการสร้างความจดจำ ต้องการแค่ระบุชื่อเพื่อความสมบูรณ์ของการจดอย.ให้เสร็จ
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : เป็นชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่มีการออกแบบอักษรเฉพาะ ออกแบบสี ลายลายเฉพาะ ออกแบบจัดวางรูปแบบเฉพาะ ออกแบบโลโก้เฉพาะ ออกแบบแบรนด์เฉพาะ ทั้งหมดเพื่อสร้างความจดจำ และ ผู้ใช้สินค้าแยกแยะความแตกต่างของเจ้าของสินค้าได้

สัญลักษณ์ อย. คือ ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย.

สัญลักษณ์ : TM คือ ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า

 

 

# ความแตกต่างด้านสิทธิการขาย จำหน่าย

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : ไม่จด อย. ขาย จำหน่ายไม่ได้ถือว่าผิดกฎหมาย (เฉพาะสินค้าบังคับ)
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : ไม่จดชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ขาย จำหน่าย ได้ แต่จะไม่ได้รับความคุ้มครองชื่อ

 

# ความแตกต่างด้านสิทธิการใช้ก่อน และ จดทะเบียนก่อน ในการโต้แย้งอ้างสิทธิเรื่อง(ชื่อแบรนด์)

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. :(สิทธิเริ่มก่อน) อ้างสิทธิการจดแจ้งชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) สิทธิดีกว่าในการใช้ก่อนได้ แต่น้ำหนักน้อยและมีภาระการพิสูจน์สิทธิ
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : (สิทธิจดทะเบียนก่อน) อ้างสิทธิการจดทะเบียนชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ก่อนได้ มีสิทธิดีกว่าในการใช้ก่อน จดทะเบียนก่อน มีน้ำหนักมาก เพราะเป็นเอกสารทางทะเบียน

 

สรุป

1.ขาย จำหน่าย สินค้าได้ต้องจดอย.ก่อนและแจ้งชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ในขั้นตอนการจดอย.ด้วย (ไม่ป้องกันการใช้ชื่อซ้ำ)
2.จดชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) เพื่อคุ้มครองการใช้ชื่อที่เหมือนคล้ายกัน และ เกิดความสับสนในความเป็นเจ้าของสินค้า (ป้องกันการใช้ชื่อซ้ำ)
3.ทั้งสองส่วนสำคัญเท่ากันโดยไม่สามารถแจ้งได้ว่าอันไหนสำคัญที่สุด ดังนั้นต้องทำทั้งสองส่วนพร้อมกัน

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

แอดไลน์ ความแตกต่างระหว่างชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย.กับ ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า
21
Mar2026

กระบวนการจดอย.หรือ รับจดอย. นอกจากเรื่องของการตรวจสอบสถานที่ และ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์แล้ว ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ต้องระบุคือ ส่วนที่เป็น เรื่องของชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์)ที่แจ้งจดอย.ด้วยเพื่อระบุตัวตนของสินค้าว่าชื่อว่าอะไร

สารบัญเนื้อหา

ดังนั้นการสร้างแบรนด์เพื่อให้ผู้ใช้สินค้าจดจำสินค้าตนเองได้ต้องดำเนินการอันไหนที่สำคัญกว่า และ ไม่เฉพาะการจดอย.เครื่องสำอาง อาหารเสริม เครื่องมือแพทย์  เป็นต้น ไปจนถึงสินค้าประเภทอื่น ที่ถูกบังคับให้แจ้งชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) สำหรับจดอย.ด้วย

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีความสับสนว่าเมื่อแจ้งชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) สำหรับจดอย.แล้ว ก็จะได้รับสิทธิคุ้มครองไปถึง ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า ด้วย ซึ่งในความเป็นจริงถือว่าเป็นคนละส่วนกัน และจุดนี้เอง ที่ทำให้หลายธุรกิจต้องเผชิญกับปัญหากับการสร้างแบรนด์ด้วยความตั้งใจ และ การทำโฆษณาจะมีชื่อเสียงแพร่หลายแล้ว แต่กลับถูกผู้อื่นนำไปใช้โดยที่ไม่สามารถปกป้องแบรนด์ของตนเองได้

วันนี้ทางผู้เขียนจึงขออธิบายถึงความแตกต่างระหว่างชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย.กับ ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า ดังนี้

 

# ความเหมือนกันด้านวัตถุประสงค์การจดแจ้ง/จดทะเบียน

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุถึงตัวสินค้า (identify ตัวตน) คุ้มครองความปลอดภัยของสินค้า แต่ไม่ป้องกันการใช้ชื่อซ้ำ
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุถึงตัวสินค้า (identify ตัวตน) มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองชื่อทางการค้าและชื่อเครื่องหมายการค้า ป้องกันการใช้ชื่อซ้ำ

# ความแตกต่างด้านฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : (เกี่ยวข้องสองฝ่าย) มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ได้เลขทะเบียน อย. ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นขั้นตอนการขึ้นทะเบียน เป็นเรื่องระหว่างผู้ขอจดอย.กับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : (เกี่ยวข้องสามฝ่าย) มีวัตถุประสงค์ เพื่อขอความคุ้มครองป้องกันการใช้ชื่อซ้ำ เป็นขั้นตอนการจดทะเบียน เป็นเรื่องระหว่างผู้ขอจดทะเบียน กรมทรัพย์สินทางปัญญา และ บุคคลที่สามที่ห้ามใช้ชื่อซ้ำ

# ความแตกต่างกันด้านการบังคับการจดแจ้ง/จดทะเบียน

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : บังคับให้ต้องแจ้งเพื่อระบุถึงตัวสินค้า (identify ตัวตน)
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : ไม่บังคับให้ต้องแจ้งเพื่อระบุถึงตัวสินค้า (identify ตัวตน) แต่หากไม่จดทะเบียนก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองการใช้ชื่อซ้ำ

 

# ความแตกต่างกันด้านประเภทการจดทะเบียน

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : จดแจ้งชื่อเพื่อระบุถึงตัวสินค้า (identify ตัวตน) จดแจ้งคือเพียงแต่แจ้งไม่มีระบบตรวจสอบความเหมือนคล้าย หรือ การซ้ำซ้อนของชื่อ
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : จดทะเบียนชื่อเพื่อระบุถึงตัวสินค้า (identify ตัวตน) จดทะเบียนคือมีระบบตรวจสอบความเหมือนคล้าย หรือ การซ้ำซ้อนของชื่อ หากชื่อเหมือนคล้ายกันบุคคลที่มาจดทะเบียนภายหลังไม่ได้และไม่มีสิทธิใช้ชื่อนี้ได้

 

 

# ความแตกต่างกันด้านการบังคับใช้ทางกฎหมาย

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : ไม่สามารถห้ามไม่ให้บุคคลอื่นมาใช้ชื่อเหมือนคล้ายกับของตนได้
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : สามารถห้ามไม่ให้บุคคลอื่นมาใช้ชื่อเหมือนคล้ายกับของตนได้

 

# ความแตกต่างกันด้านสินทรัพย์

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : ไม่มีมูลค่าทางกฎหมาย ไม่เป็นสินทรัพย์
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : มีมูลค่าทางกฎหมาย เป็นสินทรัพย์ โอน ขาย จำหน่าย ให้สิทธิการใช้ชื่อได้

 

# ความแตกต่างกันด้านการความสมบูรณ์ของสิทธิ

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : ตัวสินค้าได้รับการรับรองการจดอย.และ จำหน่าย ขายได้ ทำให้แพร่หลายได้ แต่ไม่ได้รับความคุ้มครองการเป็นเจ้าของ(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า ไม่มีสิทธิผูกขาด(ชื่อแบรนด์)
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : ได้รับความคุ้มครองการเป็นเจ้าของ(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า มีสิทธิผูกขาด(ชื่อแบรนด์)

 

# ความแตกต่างกันด้านหน่วยงานรับผิดชอบ

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์

 

# ความแตกต่างกันด้านกฎหมาย

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : พระราชบัญญัติเฉพาะสินค้า เช่น เครื่องสำอาง อาหารเสริม อาหารทั่วไป
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า. พ.ศ. ๒๕๓๔

 

# ความแตกต่างด้านรูปแบบชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์)

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : เป็นแค่ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ไมต้องการสร้างความจดจำ ต้องการแค่ระบุชื่อเพื่อความสมบูรณ์ของการจดอย.ให้เสร็จ
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : เป็นชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่มีการออกแบบอักษรเฉพาะ ออกแบบสี ลายลายเฉพาะ ออกแบบจัดวางรูปแบบเฉพาะ ออกแบบโลโก้เฉพาะ ออกแบบแบรนด์เฉพาะ ทั้งหมดเพื่อสร้างความจดจำ และ ผู้ใช้สินค้าแยกแยะความแตกต่างของเจ้าของสินค้าได้

สัญลักษณ์ อย. คือ ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย.

สัญลักษณ์ : TM คือ ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า

 

 

# ความแตกต่างด้านสิทธิการขาย จำหน่าย

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. : ไม่จด อย. ขาย จำหน่ายไม่ได้ถือว่าผิดกฎหมาย (เฉพาะสินค้าบังคับ)
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : ไม่จดชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ขาย จำหน่าย ได้ แต่จะไม่ได้รับความคุ้มครองชื่อ

 

# ความแตกต่างด้านสิทธิการใช้ก่อน และ จดทะเบียนก่อน ในการโต้แย้งอ้างสิทธิเรื่อง(ชื่อแบรนด์)

ชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ที่แจ้งจดอย. :(สิทธิเริ่มก่อน) อ้างสิทธิการจดแจ้งชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) สิทธิดีกว่าในการใช้ก่อนได้ แต่น้ำหนักน้อยและมีภาระการพิสูจน์สิทธิ
ชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ของสินค้า : (สิทธิจดทะเบียนก่อน) อ้างสิทธิการจดทะเบียนชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) ก่อนได้ มีสิทธิดีกว่าในการใช้ก่อน จดทะเบียนก่อน มีน้ำหนักมาก เพราะเป็นเอกสารทางทะเบียน

 

สรุป

1.ขาย จำหน่าย สินค้าได้ต้องจดอย.ก่อนและแจ้งชื่อสินค้า(ชื่อแบรนด์) ในขั้นตอนการจดอย.ด้วย (ไม่ป้องกันการใช้ชื่อซ้ำ)
2.จดชื่อเครื่องหมายการค้า(ชื่อแบรนด์) เพื่อคุ้มครองการใช้ชื่อที่เหมือนคล้ายกัน และ เกิดความสับสนในความเป็นเจ้าของสินค้า (ป้องกันการใช้ชื่อซ้ำ)
3.ทั้งสองส่วนสำคัญเท่ากันโดยไม่สามารถแจ้งได้ว่าอันไหนสำคัญที่สุด ดังนั้นต้องทำทั้งสองส่วนพร้อมกัน

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

แอดไลน์